AGMfemaleThe purpose of this site is to help prevent the movement of the Asian Gypsy Moth(AGM) in international trade by providing you with the latest information available.

We all have a role to play to prevent these types of invasive species from getting into new environments and causing irreparable harm to the environment, economy and biodiversity. From exporters, ship owners, captains and crew to agents, government officials, importers and the general public we must all be aware of the AGM biology and its life stages since it is the key to understanding where these hitchikers may stow away with your goods or conveyances.
We welcome your participation on this site by sharing your experiences with AGM as well as any pictures you may have.

 

The current distribution of the Asian Gypsy moth which consists of two subspecies of Lymantria dispar is shown here.

map

In order to better understand current AGM port risk, vessels entering far east ports are asked to report on conditions encountered in each port during the high risk egg laying period.(June 1 to October 1). Data gathered and reported here can be used by the shipping industry to adequately prepare and minimize AGM egg mass vessel infestation when in ports where known flight is occuring.

OLYMPUS DIGITAL CAMERA

Note: Where levels of AGM activity occurs, vessel masters are encouraged to seek inspection and preclearance certificates to minimize risk of delays when entering North American, Australian, and New Zealand ports.

What are you looking at?เมื่อเด็กเริ่มไปโรงเรียนแล้ว บางครั้งอาจมีปัญหาทางโรงเรียนซึ่งทำให้เด็กไม่สบายใจที่จะ ไปโรงเรียน เกิดความเครียด และอยากหลบหลีกจากสภาวะในโรงเรียน เด็กเหล่านี้มักจะมีอาการ เจ็บป่วยทางร่างกายที่ไม่เฉพาะเจาะจง เช่น ปวดหัว ปวดท้อง นอนไม่หลับ ปวดขา เหนื่อย เพลีย อาเจียน ท้องเสีย เจ็บคอ ฯลฯ บางคนมีอาการเพียงอย่างเดียว บางคนก็มีอาการหลายๆ แบบ สลับกันไป โดยที่อาจจะมีอาการมากกว่าการตรวจร่างกายจริงๆ อาการมักจะเกิดขึ้นในตอนเช้าๆ ก่อนที่จะ มักจะเป็นในช่วงเปิดเทอมใหม่ หรือเช้าวันจันทร์ หรือเช้าวันเปิดเรียนวันแรกหลังจาก หยุดชดเชยหลายๆ วัน ของเล่นเด็ก

ถ้าไปพบแพทย์ และเด็กได้รับการตรวจร่างกายแล้วว่าไม่มีความผิดปกติทางร่างกายอะไร พ่อแม่ควรจะต้องส่งเด็กกลับไปโรงเรียน ควรปรึกษาครูว่าเด็กมีปัญหาทางด้านอารมณ์เกี่ยวกับ ความสัมพันธ์กับเพื่อน หรือมีปัญหาทางการเรียนไม่ทันเพื่อน ทำการบ้านไม่ได้ ไม่เข้าใจบทเรียน ถูกครูดุหรือทำโทษ ทำให้เกิดความเครียด ความวิตกกังวล กลัวถูกทำโทษ ถูกดุว่าให้อับอาย เพื่อนฝูง ซึ่งจะเป็นสาเหตุให้เด็กอยากหลีกหนีสถานการณ์ในห้องเรียน

การแก้ปัญหา จึงขึ้นอยู่กับความเข้าใจกันระหว่างครูและผู้ปกครอง รวมทั้งการเข้าใจถึง ความสามารถและความถนัดของเด็กแต่ละคน ตามปรัชญาที่ว่าให้เด็กเป็นศูนย์กลางของการเรียน การสอน ซึ่งไม่ใช่การตามใจเด็กว่าเด็กอยากเรียนหรือไม่อยากเรียนอะไร แล้วจัดการเรียนการสอน แบบนั้น แต่การให้เด็กเป็นศูนย์กลางการเรียนก็คือ การศึกษา วิเคราะห์ สังเกต ความถนัดหรือ ความสามารถของเด็กแต่ละคน ว่ามีความสามารถในด้านใด และส่งเสริมให้เด็กได้ฝึกฝนในด้าน นั้นๆ ให้ดีที่สุดเต็มตามศักยภาพ จะเป็นแรงเสริมในด้านดี ก่อให้เด็กเกิดความภูมิใจในความสำเร็จ ของตนเอง ซึ่งจะเป็นแรงจูงใจสำคัญในการทำให้เด็กอยากไปโรงเรียน เพราะเขาก็เป็นคน “เก่ง” คนหนึ่งในสิ่งที่เขามีความถนัดหรือความสามารถ เพราะคนทุกคนย่อมมีสิ่งที่ตนเองมีความสามารถ ในแต่ละด้าน เช่น ไอน์สไตน์ สุนทรภู่ สุนทราภรณ์ ไทเกอร์วู้ด ก็ไม่ได้มีความสามารถรอบตัว ทุกคน

แต่ก็มีความสามารถบางอย่างที่ได้รับการยอมรับ และการยกย่อง ทำให้เกิดความภาคภูมิใจ เพราะมีความรู้สึกว่าเป็นผู้มีความสำคัญอย่างหนึ่งในสังคม

ถ้าพ่อแม่ ผู้ปกครองทางบ้าน และครูอาจารย์ทางโรงเรียน ได้เข้าใจถึงความแตกต่างใน ความสามารถของเด็กแต่ละคน ไม่เคี่ยวเข็ญ หรือลงโทษเด็กในการที่เขาไม่สามารถทำได้ แต่ส่งเสริมการเรียนรู้ด้วยความเข้าใจในความแตกต่างของเด็ก ก็จะทำให้เด็กอยู่ในบรรยากาศการ เรียนการสอนที่อบอุ่นเป็นมิตร มีความสบายใจ ย่อมจะทำให้ไม่เครียด ไม่ก่อให้เกิดปัญหาการหนี โรงเรียน หรือปัญหาอาการเจ็บป่วยทางร่างกายที่เกี่ยวเนื่องกับความเครียด สนใจสั่งซื้อของเล่นเด็ก ได้ที่ www.baby2smile.com

เครื่องสำอางขึ้นชื่อว่าเป็นผู้หญิงมีรึจะยอมอยู่กับอดีตแต่ผู้หญิงทั้งหลายก็กังวลต่ออนาคตเช่นกันอนาคตเป็นสิ่งที่ดีแต่ผิวพรรณนี่นะสิไม่อยากนึกถึงอนาคตเลยว่าจะมีลอยเหี่ยวลอยย่นขนาดไหนจะรับได้ไหมเนี่ยจะได้หรือไม่ได้ก็ต้องรับเพราะเราคงห้ามไม่ได้แต่อย่าลืมว่าเราสามารถทำให้มันน้อยลงหรือช้าลงได้ค่ะ ผู้ชายก็เช่นกันเพราะความเป็นหนุ่มปึกสาวปั๋งนั้นย่อมพึงปรารถนากันทุกคน

วิธีที่ 1 ใช้มาสก์ลอกหน้า
มาสก์ลอกหน้าสามารถช่วยให้ผิวหนังที่หมองหม่นไร้ชีวิตชีวาออกไปได้และยังคืนความชุ่มชื้นให้ผิวหน้าของคุณเครื่องสำอางหลายๆ ยี่ห้อจะมีมาสก์ขายลองหาซื้อมาใช้ดูนะคะแต่มีอีกวิธีที่ง่ายและประหยัดโดยการนำไข่แดงซึ่งตีมาแล้วทาลงบนใบหน้าและลำคอของคุณทิ้งไว้5-6นาทีแล้วเช็ดออกด้วยสำลีชุบน้ำอุ่นหรือจะลองใช้ yogurt ชโลมแทนก็ได้อ้อ แล้วอย่าลืมทาครีมหลังล้างหน้าเพื่อคืนความชุ่มชื้นด้วยนะคะ

วิธีที่ 2   ลบลอยย่น และถุงใต้ตาออก
สำหรับคุณที่ชอบ chat กันจนดึกดื่นความเหนื่อยอ่อนมักปรากฏให้เห็นที่ผิวหนังอันแสนจะบอบบางรอบดวงตาก่อน นี่แหละความชรามักจะเริ่มกันตรงนี้แหละ ลองทำตามนี้นะคะ นอนหงายและควรหนุนหมอนสูง จะทำให้น้ำไม่มาคั่งรอบดวงตาเวลาหลับ ดื่มน้ำก่อนนอนให้น้อยลงแล้วลองส่องกระจกดูว่าช่วยลดอาการเปลือกตาบวมลงไหม ลดอาหารที่มีเกลือลงเพราะน่าจะรู้กันอยู่ว่าเกลือช่วยดูดน้ำ ทำให้เกิดการบวมและความดันโลหิตสูงได้ ดูซิว่าในห้องนอนคุณเต็มไปด้วยฝุ่นละอองรึเปล่าหมอนที่หนุนยัดด้วยนุ่นที่คุณแพ้หรือไม่ลองขจัดต้นเหตุออกไป ตาอาจหายบวมลงบ้าง ลองเอาถุงชาที่ใช้แล้วมาวางไว้บนเปลือกตา ซัก 5 นาที ถ้าลองทำทุกอย่างที่ หญิงชามแนะนำแล้วตายังบวมอยู่ให้ลองใช้น้ำเย็นลูบใบหน้าหลายๆครั้งเพื่อกระตุ้นให้เลือดไหลเวียนดีขึ้น

วิธีที่ 3 หาเวลาคลายเครียด
ความเครียดเป็นอีกบ่อที่จะทำให้เราแก่เร็วได้มาหลบหลุมบ่อที่ว่ากันเถอะ เมื่อคุณผ่านงานหนักมาทั้งวันแล้วมีเพื่อนข้างออฟฟิตมาขอยืมหน้าคุณไปเจียวกระเทียมล่ะก็ลองใช้วิธีง่ายๆนี้ดู ใช้ผ้าสะอาดชุบน้ำเย็นประคบใบหน้า นั่งในท่าที่สบายให้เท้าถึงพื้นทั้ง2ข้างแล้วสั่งตัวเองให้ผ่อนคลายกล้ามเนื้อที่ไหล่ลงค่อยๆเอียงศีรษะไปข้างหลังแล้วอ้าปากให้ขากรรไกรล่างตกลงมาหลังจากนั้นก็ออกไป 7-11 (Seven eleven) หาลูกอมอมเล่นพร้อมกับรับบรรยากาศข้างนอกบ้าง

วิธีที่ 4 ยิ้มแย้มเข้าไว้
จงหมั่นยิ้มเข้าไว้ยาขนานเอกที่ต่อสู้ความแก่ได้อย่างฉับไวที่สุดก็คือรอยยิ้มของคุณนั่นแหละยิ้มแล้วนอกจากจะเป็นมิตรต่อหนุ่มข้างในคณะแล้วยังช่วยให้กล้ามเนื้อใบหน้าแลดูเต่งตึงขึ้นอีกแน่ะอ้าวยิ้มกันเร็ว

วิธีที่ 5 บำรุงผิวที่มือ
ทำตามวิธีข้างบนแล้วหน้าก็คงสวยอ่อนไวตามต้องการแต่หน้าสวยมือเหี่ยวมันก็ไม่ไหวนะคะมือเป็นส่วนหนึ่งของร่างกายที่ผู้คนรอบตัวคุณสังเกตเห็นได้ชัดเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดรอยด่างดำที่มือคุณแนะนำว่าให้ใช้ยากันทามือเสียบ้าง

ขอขอบคุณบทความดีๆจาก เคสมือถือ

baby toys
ในประเทศไทยปัจจุบันนี้ แม่ส่วนใหญ่ต้องออกไปทำงานนอกบ้าน ฉะนั้นจึงเห็นได้ว่าเมื่อ เริ่มแรกแม่อาจจะให้ลูกดูดนมแม่ แต่ต่อมาเมื่อแม่จะออกไปทำงานก็มักจะต้องให้ลูกดูดนมขวดต่อ

การที่แม่ต้องให้ลูกดูดนมขวดนี้เอง ทำให้แม่ไทยหลายคนไม่รู้ว่าเมื่อไรจะให้ลูกเลิกดูดนม มักจะให้ลูกดูด (ขวด) นมไปเรื่อยๆ จนอายุ 3-5 ปี บางคนไปเข้าโรงเรียนอนุบาลแล้ว ครูที่โรงเรียน ก็ยังอนุญาตให้แม่เอาขวดนมไปให้ลูกดูดในขณะที่อยู่โรงเรียนอีกด้วย

การให้ลูกดูดนมนานๆ หลายปี หรือการให้ขวดนมเวลาลูกร้องกวน หรือปลุกลูกให้ดูดนม กลางคืน หรือใช้ขวดนมเป็นเครื่องปลอบใจให้ลูกดูดขวดนมเพื่อจะได้นอนหลับนั้น จึงเป็นการเลี้ยง ลูกที่ไม่ถูกต้อง ทำให้มีปัญหาฟันผุ การสบฟันไม่ดี รวมไปถึงปัญหาที่ลูกไม่ชอบกินอาหารจากช้อน (ข้าวและกับข้าว) อีกด้วย
ขอขอบคุณที่สนับสนุนบทความ ของเล่นเสริมพัฒนาการเด็ก

ควรให้ลูกเลิกดูดนมเมื่ออายุเท่าไรดี ?

เวลาที่เหมาะสำหรับการเลิกดูดนม (แม่) หรือขวดนมนั้น อาจจะไม่เป็นกฎเกณฑ์ตายตัว เหมือนๆ กัน สำหรับเด็กทุกคน แต่โดยทั่วไปแล้วเด็กทารกในปลายขวบปีแรก หรือเริ่มครึ่งแรกของ ขวบปีที่ 2 มักจะมีความพร้อมที่จะเลิกดูดนมได้แล้ว เพราะเด็กวัยนี้เริ่มเรียนรู้ว่าอาหารจากช้อนนั้น ก็เอร็ดอร่อยและมีรสชาติหลากหลาย นอกจากนั้นเด็กในวัยอายุ 8-9 เดือน ก็สามารถเคลื่อนไหว โดยการคืบ คลาน หรือ เกาะยืน และเกาะเดิน ไปตามตู้ โต๊ะ เตียงได้ จึงอยากจะเคลื่อนไหวเอง ไม่ชอบให้อุ้มดูดนมนานๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเด็กวัยนี้อยากจะเลียนแบบการกินอาหาร การดื่มจาก ถ้วยแก้ว หรือการตักและหยิบอาหารกินเหมือนคนอื่นๆ

ฉะนั้นจึงเป็นการดีที่จะเริ่มหัดให้เด็กอายุ 8-9 เดือน ได้หัดดื่มจากแก้วโดยเริ่มจากจิบน้ำ จนสามารถหยิบจับถ้วยน้ำ (แก้ว) ดื่มได้ดี ไม่สำลัก หัดให้ดื่มของเหลวอื่นๆ จากถ้วยแก้วต่อไป

ควรเลิกดูดนมในมื้อกลางวันก่อน ให้ดื่มจากถ้วยแก้วแทนนม 1 ขวด หรือแทนการดูดนมแม่ 1 มื้อก่อน แล้วค่อยๆ เพิ่ม จนในที่สุดไม่ต้องดูดนมในเวลากลางวันอีกเลย

การเลิกดูดนมกลางคืนนั้น ควรจะเลิกตั้งแต่เด็กอายุ 6-8 เดือน โดยการไม่ให้เด็กดูด ขวดนมจนนอนหลับไป เพราะการให้เด็กดูดนมตอนก่อนนอนนั้น เป็นสาเหตุที่จะทำให้ฟันน้ำนมผุ

ถ้าเด็กดูดนมแม่ และให้ลูกเลิกดูดนมแม่เมื่ออายุ 5-6 เดือน ควรให้เด็กดูดนมขวดต่อไป จนอายุ 8-9 เดือน แล้วเริ่มหัดดื่มนมจากถ้วยแก้ว แต่ถ้าแม่จะให้ลูกเลิกดูดนมแม่เมื่ออายุ 12 เดือน ขึ้นไป แม่ไม่จำเป็นต้องหัดลูกให้ดูดนมขวด ควรหัดดื่มนมจากถ้วยแก้วเลย

นอกจากนั้น การให้น้ำส้มคั้น น้ำ หรือเครื่องดื่มอย่างอื่น ก็ไม่ควรเอาใส่ขวดให้เด็กดูด ควรให้ เด็กดื่มจากถ้วยแก้ว

เวลาที่ใช้ในการเลิกดูดนม

โดยปกติแล้ว เด็กสามารถเลิกดูดขวดนมได้ภายในอายุ 15 เดือน จะเป็นการเลิกง่ายที่สุด เพราะเด็กจะยังไม่ติดนิสัย “ติดขวด” การให้เด็กมีส่วนร่วมในการหยิบจับและตักอาหารกินเอง จะช่วยให้เด็กสนใจการกินอาหาร และพัฒนาความสามารถในการดูแลตนเองในการกินอาหารได้ดี เป็นการเพิ่มพูนทักษะสำคัญในการที่เด็กจะต้องไปใช้ชีวิตนอกบ้านในโรงเรียนอนุบาลต่อไป